การรักษาทรัพยากรทางประมงมีวิธีอย่างไร

fishing_

ทรัพยากรทางประมง เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายควรเข้ามาช่วยกันอนุรักษ์กันคนละไม้คนละมือ ด้วยประชากรคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงไม่น้อยกว่าเกษตรกร กิจการประมงของประเทศไทยมีขนาดใหญ่มาก ช่วยเสริมสร้างกำลังผลิตให้แก่ประเทศได้มหาศาล ด้วยการจัดส่งสินค้าจากการประมงสู่ตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไม่น้อย ถึงกับติดอันดับ 1 ใน 20 ของโลก

แต่ทุกวันนี้ชาวประมงจับปลาได้น้อยลง นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรากำลังจะมีปัญหากันแล้ว ดังนั้นการเข้ามาอนุรักษ์ทรัพยากรเหล่านี้ จะช่วยให้ทรัพยากรทางทะเลฟื้นฟูเร็วขึ้น ช่วยให้ชาวประมงสามารถมีงานทำอย่างยั่งยืน มีปลาให้จับ มีของให้ขาย ธรรมชาติก็สมดุล แต่การจะรักษาทรัพยากรทางประมงเรามีวิธีการอย่างไร เราจะพาไปดูวิธีอันชาญฉลาดที่ภาครัฐ เอกชน และชาวประมงร่วมมือกันอนุรักษ์

การร่วมงานระหว่างชุมชนกับเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรประมงมีเป้าหมายชัดเจนคือ การป้องกันไม่ให้จำนวนสัตว์ทะเลลดน้อยลงไปในระดับวิกฤติ รวมถึงให้ความรู้กับชุมชนในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ชาวประมงที่เข้าร่วมกับเครือข่ายเหล่านี้ จะมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการทำประมง ช่วยให้รู้ว่าเวลาไหนควรหยุดออกเรือ และเวลาไหนควรออกเรือ ผลคือจับปลาได้เยอะขึ้น เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางน้อยลง เพราะไม่ต้องกลับมาพร้อมกับปลาที่จับได้น้อยเหมือนเมื่อก่อน ถ้าจะเทียบให้ชัดๆ กันไปเลยว่าดีกว่ายังไง ลองมาดูที่รายได้ของชุมชนที่เข้าร่วมเครือข่าย มีรายได้ประมาณ 4 แสนบาทต่อปี ในขณะที่ชุมชนประมงแห่งอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมมีรายได้เพียง 3 แสนต่อปี

กฎระเบียบในการทำประมง

1.ผู้ที่ประกอบอาชีพประมง จะต้องมีใบอนุญาตจากอธิบดีเท่านั้น รวมถึงผู้ที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เหตุผลที่ต้องมีกฎหมายออกมาบังคับ ก็เพื่อจำกัดเรือประมงไม่ให้มากเกินควบคุม ยิ่งมีเรือมากเท่าไหร่ ทรัพยากรก็จะลดลงเร็วมากขึ้นจนน่าใจหาย

2.ห้ามใช้สารพิษ หรืออะไรก็ตามที่สามารถเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้เมื่อกระจายอยู่ในน้ำ มันสามารถส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในทะเลเป็นวงกว้าง หากเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ จะต้องได้รับการอนุญาตก่อนทุกครั้ง

3.ห้ามนำกระแสไฟฟ้ามาใช้ในการประมงเด็ดขาด เพราะคนจำนวนมากใช้กระแสไฟช็อตปลาในน้ำ เพื่อจะได้จับเป็นฝูงได้ง่ายขึ้น คนที่ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 2 แสนบาท จนถึง 1 ล้านบาท

4.ห้ามทำการประมงในอ่างเก็บน้ำ รวมถึงในช่วงเวลาที่ปลาวางไข่ โทษคือปรับ 5 พันบาท จนถึง 5 หมื่นบาท ถ้าใช้เรือจะมีโทษปรับสูงสุด 5 ล้านบาท