ความสำคัญของทรัพยากรประมงทางน้ำ

resource-

ประเทศไทยของเรานั้นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อได้ว่าน่าท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว เนื่องจากความงดงามทั้งสถานที่และวัฒนธรรมของคนในประเทศ อีกทั้งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น น้ำตก ภูเขา ป่าไม้ ทะเล และสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นที่นิยมมากที่สุด

อันหนึ่งก็คือ ทะเลนั่นเอง โดยเฉพาะทะเลทางภาคใต้ที่ยังคงความสมบูรณ์และงดงามเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าการท่องเที่ยวจะนำเม็ดเงินเข้ามาสู่ประเทศแต่ก็มีผลเสียคือสร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรต่างๆ โดยเฉพาะทรัพยากรประมง ที่จะส่งผลต่อระบบนิเวศน์ทางท้องทะเลอีกด้วย วันนี้ เรามีความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรประมงมาฝากเพื่อจะได้ศึกษากันว่าคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และเราควรรักษาทรัพยากรประมงให้คงไว้ได้อย่างไร

resource

ทรัพยากรประมง หมายถึง สิ่งที่เป็นผลผลิตจากน้ำหรือท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ พืชน้ำ รวมถึงส่วนอื่นๆ ที่เป็นผลพลอยได้จากทั้งสัตว์น้ำและพืชน้ำ สัตว์น้ำ เช่น ปลาหมึก ปู ปลา กุ้ง หอย เต่า แมงกะพรุน เป็นต้น พืชน้ำ เช่น สาหร่าย ปะการัง ส่วนสิ่งที่เป็นผลพลอยได้ เช่น เปลือกหอย ไข่มุก เป็นต้น ความสำคัญของทรัพยากรประมงนั้นถือได้ว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากชาวประมงจะนำมากินมาใช้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของครอบครัวแล้ว ยังนำมาค้าขายแลกเปลี่ยนเป็นตัวเงินหาเลี้ยงครอบครัวเป็นรายได้หลัก จากธุรกิจเล็ก เช่น การค้าขายอาหารทะเลทั้งปลีกและส่ง จนถึงอุตสาหกรรมการส่งออกเลยก็มี เช่น การแปรรูปอาหารทะเลเพื่อส่งออก การแช่แข็งสัตว์น้ำต่างๆ เป็นต้น นอกจากจะนำรายได้มาสู่ครอบครัวแล้วก็ยังเป็นการเพิ่มรายได้มวลรวมให้กับประเทศอีกด้วย

resource_

แต่ปัญหาในปัจจุบันคือ มนุษย์มีการคุกคามทรัพยากรประมงมากขึ้น ทั้งจากการท่องเที่ยว การนำทรัพยากรประมงขึ้นมาหาเลี้ยงชีพ และภัยทางธรรมชาติ ก่อให้ทรัพยากรทั้งหลายมีความเสื่อมโทรมลง เช่น แนวปะการังได้รับความเสียหาย สัตว์น้ำต่างๆ ลดจำนวนลงและบางชนิดอาจมีการสูญพันธุ์ เป็นต้น ดังนั้นทุกฝ่ายจึงควรร่วมมือกันเพื่อจะอนุรักษ์และฟื้นฟูให้ทรัพยากรประมงเหล่านี้กลับคืนมา เช่น มีการจัดการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ มาแต่ตัวไปแต่ตัว ไม่ควรเก็บ หัก ทำลายสิ่งใดไปด้วย เก็บไปแต่เพียงภาพความทรงจำอันงดงามก็พอ การช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดตามเขตชายหาด การจัดเขตการทำประมงให้กับชาวประมงและทุกภาคส่วน ไม่ใช้อวนตาถี่และไม่จับปลาในฤดูวางไข่ เป็นต้น โดยทุกภาคส่วนนั้นต้องร่วมมือกันจึงจะสามารถทำให้ทรัพยากรประมงยังคงอยู่และเพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นการรักษาระบบนิเวศน์ทางทะเลให้ยังคงอยู่และสืบทอดไปจนตราบชั่วลูกหลาน