การทำลายทรัพยากรทางประมงผิดกฎหมายหรือไม่

fishing

ประเทศไทยสร้างรายได้จากกิจการประมงภายในมากกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี การที่จะให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน จะเป็นต้องมีทรัพยากรเหลือกินเหลือใช้ทั้งในปัจจุบัน-อนาคต แต่ด้วยปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ในตอนนี้ก็คือ กำลังผลิตภายในประเทศในด้านผลิตภัณฑ์ประมงลดน้อยลง สืบเนื่องมาจากจำนวนปลาที่จับได้น้อยกว่าเดิม ดังนั้นหลายหน่วยงานร่วมถึงภาครัฐ จึงร่วมมือกันหาทางแก้ ด้วยการออกกฎระเบียบมาบังคับใช้กับผู้ทำประมง รวมถึงบทลงโทษสำหรับผู้ทำประมงผิดกฎหมาย

แล้วอย่างไหนถึงเรียกว่าการทำลายทรัพยากรทางประมง สำหรับผู้ที่ไม่ทำตามข้อระเบียบตามที่กรมประมงได้กำหนดเอาไว้ ถือว่าเป็นการเข้าข่ายการทำลาย รวมถึงมีความผิดตามที่กฎหมายกำหนด ทางกรมประมงได้มีการเขียนระเบียบในการทำประมงขึ้นมาเพื่อ ควบคุม รักษา ต่อยอด ทรัพยากรทางประมงให้ยั่งยืนสืบทอดไปถึงลูกหลาน โดยข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ดูได้จากด้านล่างนี้

fishing-

การทำประมงที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

1.การจับปลาแบบเกินกำลังผลิต (Overfishing) ในภาษาชาวบ้าน หมายความว่าเป็นการทำประมงที่มากเกินไป ทำให้ปลาออกลูกออกหลาน หรือโตไม่ทัน เป็นผลให้จำนวนประชากรปลาลดน้อยลงอย่างมาก ปัญหานี้เป็นที่พบเจอในทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ไทยเองก็เช่นกัน โดยมีการออกมากำหนดฤดูการออกเรือ เพื่อเว้นระยะให้ปลาได้วางไข่ ช่วงที่ปลาน้ำจืดวางไข่ ได้แก่ มิถุนายน สิงหาคม กรกฎาคม ตุลาคม ธันวาคม ผู้ที่จับปลาโดยไม่คำนึงถึงเรื่องนี้ ก็เท่ากับทำลายทรัพยากรทางประมง มีโทษปรับตามตรา 32 ตั้งแต่ 5 พัน ถึง 1 หมื่นบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

2.การใช้อวนที่มีช่องเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร หรือใช้เครื่องมือทำประมงที่ไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย โดยเครื่องมือจะถูกนำไปทำลาย พร้อมกับมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท ตามคำสั่ง ม.44 ที่ออกโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่องการห้ามครอบครองหรือใช้เครื่องมือประมง 6 ชนิด นอกจากนี้การใช้อวนเยอะเกินไปจะเพิ่มโอกาสในการ Overfishing เป็นการทำลายทรัพยากรทางหนึ่ง

3.การทำประมงโดยไม่มีใบอนุญาต อย่างที่กล่าวว่าเรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ Overfishing ด้วยจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้นก็เป็นส่วนที่เร่งกระบวรการเหล่านี้ รวมถึงผู้ที่ทำประมงโดยไม่ได้รับอนุญาต กรมประมงได้ออกระเบียบว่าผู้ที่จะประกอบอาชีพสายนี้ จะต้องขอรับใบอนุญาตจากอธิบดีให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากไม่มีใบอนุญาต และยังฝ่าฝืนออกเรือจับปลา จะมีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท จำคุกสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ